ตามไปดูพัฒนาการ “บ้านพรีคาสท์”


พูดถึงระบบพรีคาสท์หรือระบบบ้านสำเร็จรูปตอนนี้ถือว่าเกือบ 100% ของโครงการบ้านจัดสรรก่อสร้างด้วยระบบนี้ การก่อสร้างด้วยระบบพรีคาสท์ขณะนี้เริ่มมีมากขึ้น แต่ยังคงเป็นกลุ่มผู้ประกอบการที่มีโรงงานผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปเองเป็นหลัก แต่เนื่องจากผู้ประกอบการกลุ่มนี้เป็นรายใหญ่ ปีนึงทำหลายโครงการ ดังนั้นจำนวนคอนโดฯ ที่ใช้พรีคาสท์จึงมากขึ้น โดยเฉพาะประเภทคอนโดฯ โลว์ไรส์ 


        ข้อดีของบ้านที่ใช้ระบบพรีคาสท์มีมากมาย ขณะเดียวกันข้อด้อยก็มีเหมือนกัน แต่ต้องยอมรับว่าพรีคาสท์สำหรับเมืองไทยก็ใช้กันมาระยะหนึ่งแล้ว ดังนั้นประสบการณ์ที่เกิดจากการใช้งานทำให้สามารถรู้ว่าอะไรที่เป็นข้อด้อยก็น่าจะมีการพัฒนาปรับปรุงได้ดีขึ้น หรือแก้ปัญหาลบจุดอ่อนไปได้พอสมควร เราลองมาดูกันว่าระบบพรีคาสท์สมัยนี้พัฒนาไปถึงไหนกันแล้ว 

ออกแบบ-ควบคุมการผลิตแผ่นคอนกรีตด้วยหุ่นยนต์ 
อย่างที่ทราบการผลิตแผ่นคอนกรีตเสริมเหล็ก (พรีคาสท์) ส่วนใหญ่ผลิตกันในโรงงาน และเนื่องจากบ้านเราโรงงานผลิตแผ่นคอนกรีตเพิ่งก่อตั้งกันไม่นานนัก ดังนั้นเชื่อว่าเทคโนโลยีการผลิตไม่ล้าสมันแน่นอน
        แผ่นคอนกรีตหรือผนังสำเร็จรูปเดี๋ยวนี้พูดได้ว่าทุกเจ้าผลิตด้วยเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ทันสมัย ควบคุมโดยหุ่นยนต์และระบบคอมพิวเตอร์ โดยประเทศที่เป็นต้นแบบของเทคโนโลยีพรีคาสท์ส่วนใหญ่มาจากเยอรมนี ความผิดพลาดในการผลิตมีน้อย 

เทคนิคการออกแบบชิ้นส่วนลดรั่วซึม
        เมื่อก่อนบ้านพรีคาสท์มักมีปัญหาน้ำรั่วซึมตามรอยเชื่อมรอยต่อระหว่างแผ่นเวลามีฝนตกหรือฝนสาด แต่ด้วยเทคนิคการออกแบบให้แผ่นคอนกรีตมีลักษณะเป็นบังใบ 2 ชั้น หมายถึงจากที่จะนำแผ่นต่อกันเรียบๆ ไปเลย ก็เปลี่ยนเป็นเพิ่มชิ้นส่วนให้ยื่นออกมาอีกครึ่งเหมือนตัวต่อประกบกัน และในขั้นตอนการติดตั้งเชื่อมแผ่นด้วยระบบ Wet Joint ที่เป็นวัสดุประสานของเหลว ทำให้ใช้เวลาเซตตัวไม่นาน จึงช่วยป้องกันปัญหาน้ำรั่วซึมได้ดีขึ้น 

สวยงาม-สำเร็จรูปมากขึ้น

หากเป็นเมื่อก่อนบ้านพรีคาสท์หน้าตาจะเรียบๆ ไม่มีลูกเล่นในงานดีไซน์ เพราะผนังภายนอกก็แค่ชิ้นส่วนพรีคาสท์ที่เอามาทาสีแค่นั้น บ้านพรีคาสท์แต่ละโครงการหน้าตาก็จะคล้ายๆกัน แต่ปัจจุบันบ้านพรีคาสท์กับบ้านก่ออิฐฉาบปูนแทบแยกกันไม่ออก เพราะชิ้นส่วนสำเร็จรูปมีพัฒนาการด้านดีไซน์ที่สวยงามมากขึ้น เช่น ลวดลายบนชิ้นส่วนที่ทำสำเร็จมาจากโรงงาน เป็นลายอิฐ ลายหิน ดอกไม้ ฯลฯ ทำให้บ้านดูไม่แข็งกระด้างหรือเรียบจนเกินไป
นอกจากนี้การผลิตแผ่นครีคาสท์ยังสมบูรณ์มากขึ้นด้วยการติดตั้งอุปกรณ์ชุดประตู-หน้าต่าง รวมถึงบางแห่งอาจปูพื้นหรือบุผนังให้เสร็จมาจากโรงงานด้วยเลยก็มี เป็นการลดขั้นตอนงานติดตั้ง (งานเปียก) หน้าไซต์งาน ขณะเดียวกันมาตรฐานชิ้นงานอาจดีกว่าการทำที่หน้าไซต์งานก็ได้



แผ่นคอนกรีตน้ำหนักเบาลง

ผนังสำเร็จรูปพรีคาสท์หรืออีกชื่อที่เรียกคือแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปนั้นส่วนผสมหลักคือซีเมนต์ ทรายน้ำ และเหล็ก ซึ่งแน่นอนเป็นผนังที่มีน้ำหนักมากกว่าผนังก่ออิฐฉาบปูนทั่วไป จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่คอนโดมิเนียมส่วนใหญ่ไม่นิยมก่อสร้างด้วยระบบพรีคาสท์ เพราะโครงสร้างน้ำหนักที่มากกว่าทำให้ต้นทุนการทำเสาและฐานรากต้องมากขึ้นด้วย นอกจากนี้แผ่นคอนกรีตที่แข็งแรงมากยังเป็นปัญหาในการตอกและการเจาะมากทีเดียว
ปัจจุบันมีความพยายามในการคิดค้นและพัฒนาแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปให้มีน้ำหนักเบาลง โดยการเปลี่ยนส่วนผสมของวัสดุบางตัว แต่ทั้งหมดยังอยู่ในขั้นการทดลอง ซึ่งเชื่อว่าอีกไม่นาน โรงงานผลิตชิ้นส่วนทั้งหลายน่าจะแก้โจทย์ปัญหานี้ได้



พัฒนาการของบ้านพรีคาสท์
- ผลิตด้วยคอมพิวเตอร์และหุ่นยนต์ มีความแม่นยำในการออกแบบรอยต่อ
- ติดตั้งประตูหน้าต่าง พร้อมกับผนังสำเร็จรูป
- เพิ่มลวดลายมาผนังมาจากโรงงาน
- พัฒนาคุณภาพการเชื่อมรอยต่อด้วยแผ่นชิ้นส่วนที่มีบังใบ 2 ชั้น ป้องกันน้ำรั่วได้เป็นอย่างดี

ข้อควรรู้สำหรับ “บ้านพรีคาสท์”
1.การต่อเติมหรือทุบควรปรึกษาวิศวกร เพราะอาจเป็นผนังที่ทำหน้าที่รับน้ำหนัก
2.การเจาะเพื่องานตกแต่งเล็กๆ น้อยทำได้แต่จะไม่ง่ายนัก เพราะคอนกรีตมีความแข็งแรงสูงมาก อาจต้องใช้เครื่องมือทุ่นแรงแบบพิเศษ
3.ผนังพรีคาสท์จะเก็บความร้อนหากโดนแดดนาน และจะใช้เวลาคลายความร้อนค่อนข้างช้า
4.แผ่นคอนกรีตที่หนามากจะทำให้บ้านพรีคาสท์อาจมีปัญหาจุดอับสัญญาณโทรศัพท์ โดยเฉพาะบริเวณชั้น 1

คอลัมน์ Innovation นิตยสารโฮมบายเออร์ไกด์ ม.ค. 60

ติดตามข้อมูลโครงการและความเคลื่อนไหวด้านอสังหาฯมือสอง www.home2nd.comและ www.facebook.com/Home2ndcom


Author

เกี่ยวกับผู้เขียน

ทีมงาน home2nd ได้รวบรวม บ้านไอเดีย ข้อมูลอสังหาฯ เนื้อหาความรู้ต่างๆ รวมถึงแก็ดเจ็ตและผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น บ้าน คอนโด อพาร์ทเม้นท์ ทาวน์โฮม ทาวน์เฮ้าส์ ที่ดิน จากหลายหลากที่ มาแชร์ให้สำหรับผู้ที่สนใจในเรื่อง อสังหาริมทรัพย์ได้อ่านกัน เพื่อให้ได้รับ ไอเดีย แรงบันดาลใจ และความรู้ใหม่ๆ ดังที่มีคำกล่าวไว้ว่า “ชีวิตคือการเรียนรู้ที่ไม่รู้จบ”