5 ไม้เด็ด ตรวจ-เช็ค-ประเมิน สิ่งปลูกสร้างบ้านมือสอง


        คิดจะซื้อบ้าน ระหว่างมือหนึ่งกับมือสอง แบบไหนดีกว่ากัน?
        เชื่อว่าหลายคนคงเลือกมือหนึ่งเพราะของใหม่ย่อมดีกว่าของเก่า เเต่ความจริงบ้านมือสองมีข้อดีหลากหลายเลย เเถมเรายังสามารถซื้อเพื่อไปลงทุนต่อได้อีก เเค่ต้องมีเคล็ดลับในการเลือกบ้าน 
        แล้วเเนวทางไหนที่จะมาใช้ตรวจสอบแล้วประเมินราคาสิ่งปลูกสร้างได้อย่างละเอียดรอบคอบ ต้องทำยังไง เน้นที่จุดไหน เพื่อจะทำให้ได้บ้านมือสองของดีที่ราคาถูก เราลองมาเช็คไปพร้อมกันกับ 5 ข้อนี้เลย

1.ที่ดินเเละสิ่งปลูกสร้าง
        ต้องดูว่าสิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่บนที่ดินที่มีโฉนดเลขที่เท่าใด มีเลขที่บ้านเท่าใด เพราะบ่อยครั้งที่อาจก่อสร้างบนที่ดินผิดแปลง นอกจากนี้กรณีเป็นบ้านที่ปลูกสร้างบนที่เช่า จำเป็นจะต้องตรวจสอบให้เเน่ชัดว่ามีสัญญาเช่าหรือไม่ และสัญญาเช่ากำหนดอายุกี่ปี ตั้งเเต่เมื่อไหร่ถึงเมื่อไหร่ รวมถึงมีเงื่อนไขอะไรอยู่บ้าง ที่ต้องเช็คให้ชัวร์ก็เพราะว่าถ้าเกิดปัญหาเรื่องสิ่งปลูกสร้างอยู่บนที่ดินผู้อื่นมาเมื่อไหร่ เจ้าของสิ่งปลูกสร้างจะเสียเปรียบแทบทุกประตู เนื่องจากจะทำนิติกรรมใดๆ ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของที่ดินก่อน

2.ขนาดของสิ่งปลูกสร้าง
        จะต้องวัดขนาดเนื้อที่ใช้สอยของสิ่งปลูกสร้างเเต่ละหลัง โดยวัดขนาดกว้างยาวเป็นเมตร เพื่อคำนวณเนื้อที่เป็นตารางเมตร ซึ่งข้อมูลนี้ถือว่าเป็นส่วนสำคัญและจำเป็นต้องมีเพื่อประเมินราคาสิ่งปลูกสร้าง ดังนั้นในการไปสำรวจเช็คบ้านมือสองทุกครั้งอย่าลืมพกเทปวัดติดตัวไปด้วยเสมอ (ความยาวตั้งเเต่ 20/50 เมตร) สำหรับการวัดขนาดจะต้องวัดขนาดของทุกชั้น เเล้วนำมารวมกันเป็นเนื้อที่รวมของสิ่งปลูกสร้างทั้งหลัง 

3.สภาพของสิ่งปลูกสร้างและการบำรุงรักษา
        ปกติสภาพสิ่งปลูกสร้างบ้านมือสอง นอกจากจะขึ้นกับอายุสิ่งปลูกสร้างเเล้ว ยังขึ้นอยู่กับการดูเเลรักษาด้วย ทำให้บ้านมือสองเเต่ละหลังมีสภาพเเตกต่างกันค่อนข้างมาก ค่าเสื่อมและค่าสึกหรอก็จะมากน้อยเเตกต่างกัน
        เกณฑ์เบื้องต้นที่ใช้ประเมินค่าสึกหรอ หรือค่าเสื่อมของตัวบ้านมือสอง ส่วนใหญ่จะอาศัยการอ้างอิงอายุการใช้งานของบ้านเเต่ละหลังเป็นสำคัญ เช่น ถ้าคาดว่าบ้านหลังหนึ่งอายุใช้งาน 50 ปี ค่าเสื่อมก็จะคำนวณใช้ปีละ 2% หรือถ้าเป็น 20 ปี ก็จะเท่ากับ 5% เป็นต้น อีกวิธีที่นิยมทำกันก็คือเรียกช่างมาประมาณการค่าปรับปรุงซ่อมเเซมให้บ้านมีสภาพดีกว่าเดิม ว่ามีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ จากนั้นจะใช้ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงซ่อมเเซมมาหักเป็นค่าเสื่อมต่อไป

4.วัสดุที่ใช้ก่อสร้าง การตกแต่ง และฝีมือในการก่อสร้าง
        เป็นปัจจัยสำคัญอีกสิ่งที่เกี่ยวพันกับมูลค่าบ้านมือสองด้วย ทั้งนี้ต้องตรวจเช็คว่าสิ่งปลูกสร้างนั้นใช้โครงสร้างอะไรเป็นหลัก เช่น เป็นไม้ ครึ่งตึกครึ่งไม้ หรือคอนกรีตเสริมเหล็ก เมื่อได้รายละเอียดเเล้วก็ต้องตรวจดูรายละเอียดการตกแต่งภายในด้วย ว่าใช้วัสดุอะไร เป็นวัสดุดีหรือไม่ มีคุณภาพเเค่ไหน รวมทั้งฝีมือของช่วงด้วย ในเเง่ของการประเมินมูลค่าสิ่งปลูกสร้างเเล้ว ปัจจัยด้านนี้ปกติจะเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเลือกราคาประเมินต่อตารางเมตร ว่าควรใช้ราคาต่ำ ปานกลาง หรือสูง ว่าอย่างใดเหมาะกว่ากัน

5.เจ้าของกรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้าง
       ต้องตรวจสอบดูว่ากรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้างนั้นเป็นของเจ้าของที่ดินหรือไม่ สำหรับหลักฐานการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในสิ่งปลูกสร้างนั้นอาจขอดูได้จากหลักฐานการซื้อขายหรือให้ กรณีเป็นสิ่งปลูกสร้างใหม่ อาจขอดูได้จากคำขออนุญาตปลูกสร้าง เพราะทางราชการถือว่าผู้ที่ถือคำขอปลูกสร้างเป็นเจ้าของโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างนั้น หรืออาจขอดูได้จากหลักฐานหนังสือให้หมายเลขประจำบ้าน เพราะการขอหมายเลขประจำบ้าน ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เท่านั้นจึงมีสิทธิ์
       ก่อนจะซื้อบ้านมือสองสักหลังไม่ว่าจะอยู่เอง หรือเพื่อนำไปลงทุนต่อ ก็อย่าลืมเอาเทคนิค 5 ข้อนี้ ไปตรวจ-เช็ค-ประเมินบ้านก่อนซื้อกันนะจ๊ะ จะได้ซื้อบ้านได้อย่างมั่นใจไม่กลัวถูกหลอก

ที่มา : หนังสือซื้อ-ขายบ้านเพื่อการลงทุน (อ.อนุชา กุลวิสุทธิ์)

ติดตามข้อมูลโครงการและความเคลื่อนไหวด้านอสังหาฯมือสอง www.home2nd.com และ www.facebook.com/Home2ndcom


ติดตามข้อมูลโครงการและความเคลื่อนไหวด้านอสังหาฯ มือสอง www.home2nd.com และ www.facebook.com/Home2ndcom


บ้านมือสอง,ขายบ้าน,ทาวน์โฮม,ทาวน์เฮ้าส์,ขายคอนโด,รีวิวบ้าน,รีวิวคอนโด,พรีวิวบ้าน,พรีวิวคอนโด,สินเชื่อ,ตัวแทนอสังหา,ข่าวอสังหา



Author

เกี่ยวกับผู้เขียน

ทีมงาน home2nd ได้รวบรวม บ้านไอเดีย ข้อมูลอสังหาฯ เนื้อหาความรู้ต่างๆ รวมถึงแก็ดเจ็ตและผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น บ้าน คอนโด อพาร์ทเม้นท์ ทาวน์โฮม ทาวน์เฮ้าส์ ที่ดิน จากหลายหลากที่ มาแชร์ให้สำหรับผู้ที่สนใจในเรื่อง อสังหาริมทรัพย์ได้อ่านกัน เพื่อให้ได้รับ ไอเดีย แรงบันดาลใจ และความรู้ใหม่ๆ ดังที่มีคำกล่าวไว้ว่า “ชีวิตคือการเรียนรู้ที่ไม่รู้จบ”