กู้ซื้อบ้านมือสองต้องทำอย่างไร?


เวลาที่เราซื้อบ้านมือหนึ่งกับโครงการเปิดใหม่ การยื่นกู้ซื้อบ้านกับธนาคารอาจดูไม่ใช่เรื่องยากมากนัก เพราะจะมีเจ้าหน้าที่โครงการช่วยอำนวยความสะดวกให้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำเอกสารสัญญาจะซื้อจะขาย รวมทั้งติดต่อยื่นกู้กับธนาคารให้เรา โดยที่ผู้ซื้อเองแทบไม่ต้องเดินทางไปที่ธนาคาร เพื่อทำเรื่องยื่นกู้ซื้อบ้านเลย แต่สำหรับใครที่กำลังมีแผนจะซื้อบ้านมือสองด้วยการกู้เงินกับธนาคาร ก็ไม่ต้องกังวลใจไปครับ ถึงแม้การซื้อบ้านมือสองจะไม่ได้มีเจ้าหน้าที่โครงการช่วยอำนวยความสะดวกให้เหมือนกับการซื้อบ้านมือหนึ่ง แต่ผู้ซื้อเองก็สามารถดำเนินการในเรื่องต่างๆ ได้ไม่ยากครับ ส่วนจะต้องทำอย่างไรบ้างนั้น เรามีคำแนะนำมาฝากครับ



ตกลงราคากับผู้ขาย เพื่อทำสัญญา
        เมื่อเราเลือกบ้านมือสองที่ถูกใจได้แล้ว ก็จะต้องดำเนินการติดต่อกับผู้ขาย เพื่อทำสัญญาจะซื้อจะขายบ้านมือสองหลังนั้นครับ ในสัญญาจะซื้อจะขายต้องมีการระบุราคาที่ได้ตกลงซื้อขายกัน การจ่ายเงินมัดจำ และเงินส่วนที่เหลือจะชำระเมื่อไร โดยผู้ขายมักจะกำหนดระยะเวลาการชำระเงินส่วนที่เหลือ ซึ่งหากผู้ซื้อไม่สามารถชำระเงินส่วนที่เหลือได้ภายในกำหนดผู้ขายก็จะมีสิทธิ์ยึดเงินมัดจำ ส่วนสัญญาจะซื้อจะขายเราสามารถทำขึ้นมาเอง หรือใช้แบบฟอร์มมาตรฐานที่มีอยู่ โดยดาวน์โหลดได้ตามเว็บไซต์ หรือจะซื้อจากร้านเครื่องเขียนก็ได้ และเมื่อทำสัญญาจะซื้อจะขายเรียบร้อยแล้วผู้ขายจะต้องให้สำเนาโฉนดที่ดิน เพื่อใช้เป็นเอกสารในการยื่นกู้ครับ

ติดต่อธนาคาร เพื่อยื่นกู้

        การยื่นกู้ซื้อบ้านมือสองกับธนาคาร ผู้ซื้อหรือผู้กู้จะต้องเตรียมเอกสารแสดงตนและเอกสารทางการเงินที่แสดงแหล่งที่มาของรายได้ เช่น สลิปเงินเดือน รายการเดินบัญชีย้อนหลัง เป็นต้น พร้อมทั้งจะต้องนำสัญญาจะซื้อจะขายและสำเนาโฉนดที่ดินที่ได้มาจากผู้ขาย ยื่นกับธนาคารเพื่อให้ประเมินราคาทรัพย์สิน ซึ่งปกติแล้วธนาคารก็จะให้วงเงินกู้ไม่เกิน 80% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน โดยเลือกราคาที่ต่ำกว่า ดังนั้นผู้ซื้อควรจะต้องเตรียมเงินไว้อย่างน้อย 20% ของราคาซื้อขาย เพื่อจ่ายให้กับผู้ขายด้วยครับ

นัดจำนองกรมที่ดิน เพื่อโอนบ้าน
        หลังจากผ่านการอนุมัติวงเงินกู้ซื้อบ้านกับธนาคารแล้ว ผู้ซื้อจะต้องแจ้งกับผู้ขาย เพื่อนัดวันไปโอนบ้านที่กรมที่ดิน พร้อมจำนองบ้านหลังนั้นต่อให้กับธนาคาร เพื่อใช้เป็นหลักประกันในการกู้เงิน ผู้ขายเองก็จะได้รับเงินจากการขายบ้านทั้งหมดในวันนั้น ซึ่งเท่ากับว่าจะต้องมากรมที่ดินพร้อมกัน 3 ฝ่าย ได้แก่ ผู้ซื้อ ผู้ขาย และธนาคาร เพื่อทำการโอนบ้านและจำนองให้เสร็จสิ้นภายในวันเดียวกัน โดยในวันนั้นจะมีการชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ  เกี่ยวกับการซื้อขายบ้าน การโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินมาเป็นของผู้ซื้อ การจำนองทรัพย์สินให้กับธนาคาร ได้แก่ ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะหรือค่าอากรแสตมป์ ค่าโอน ค่าจำนอง ซึ่งจะชำระให้กับกรมที่ดิน ค่าใช้จ่ายต่างๆ ส่วนนี้ ผู้ซื้อและผู้ขายควรมีการตกลงกันตั้งแต่วันทำสัญญาจะซื้อจะขายว่า ใครจะเป็นคนจ่ายค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง หรือตกลงแบ่งจ่ายกันอย่างไร เช่น ค่าใช้จ่ายทั้งหมดแบ่งจ่ายกันคนละครึ่ง เป็นต้นครับ
        ถึงแม้ว่าการซื้อบ้านมือสองจะไม่ได้มีเจ้าหน้าที่โครงการช่วยอำนวยความสะดวกให้  แต่หากเราต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการยื่นกู้ซื้อบ้านมือสอง ก็ยังสามารถสอบถามหรือขอคำแนะนำกับเจ้าหน้าที่ธนาคารได้ครับ

ที่มาจาก : K-expert


ติดตามข้อมูลโครงการและความเคลื่อนไหวด้านอสังหาฯมือสอง www.home2nd.com และ www.facebook.com/Home2ndcom




บทความยอดนิยม

Home2nd Recommend this week (21 มิถุนายน 61)

จำนวนผู้เข้าชม: 220

Author

เกี่ยวกับผู้เขียน

ทีมงาน home2nd ได้รวบรวม บ้านไอเดีย ข้อมูลอสังหาฯ เนื้อหาความรู้ต่างๆ รวมถึงแก็ดเจ็ตและผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น บ้าน คอนโด อพาร์ทเม้นท์ ทาวน์โฮม ทาวน์เฮ้าส์ ที่ดิน จากหลายหลากที่ มาแชร์ให้สำหรับผู้ที่สนใจในเรื่อง อสังหาริมทรัพย์ได้อ่านกัน เพื่อให้ได้รับ ไอเดีย แรงบันดาลใจ และความรู้ใหม่ๆ ดังที่มีคำกล่าวไว้ว่า “ชีวิตคือการเรียนรู้ที่ไม่รู้จบ”