ต่อเติม-เพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งาน ระวังโครงสร้างเสียหาย!!


        การเปลี่ยนแปลงการใช้สอยพื้นที่ต่างๆ ของอาคารหรือบ้านที่อยู่อาศัย เป็นเรื่องที่เจ้าของพื้นที่มักไม่ทราบว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเดิมที่ได้ออกแบบไว้! เเละไม่ได้รองรับการเปลี่ยนแปลงการใช้งาน บางครั้งอาจก่อให้เกิดความเสียหายได้!
        ตัวอย่างเช่น..การต่อเติมโครงสร้างด้วยการเพิ่มชั้น ซึ่งเป็นการเพิ่มน้ำหนักบรรทุกของโครงสร้างเดิมเกินกว่าที่กำหนดไว้
        ในทางวิศวกรรมโครงสร้างยอมให้มีการเพิ่มน้ำหนักบรรทุกจากการใช้งานได้ไม่เกิน 10% ถึงเเม้ว่าการเพิ่มน้ำหนักบรรทุกจะไม่ได้ทำให้โครงสร้างเกิดความเสียหายในทันที เเต่หากว่าเกิดแรงที่ไม่คาดหมายเกิดขึ้น ก็จะเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อการใช้งาน เช่น กรณีแผ่นดินไหว เป็นต้น
        ซึ่งความจริงแล้วมีอันตรายยิ่งกว่าที่กล่าวไว้ เนื่องจากการออกแบบโครงสร้างโดยทั่วไป เสาที่อยู่ชั้นล่างต้องมีขนาดใหญ่พอที่จะรับน้ำหนักโครงสร้างที่อยู่ชั้นบนขึ้นไป เเละขนาดของเสาก็จะลดลงเมื่ออยู่บนชั้นที่สูงขึ้นเพราะรับน้ำหนักน้อยลง
        ยิ่งเป็นชั้นบนสุดที่เสาถูกออกแบบให้รับน้ำหนักเฉพาะหลังคาเท่านั้น เเต่ได้มีการต่อเติมเพิ่มชั้น สิ่งที่เกิดขึ้นคือการรับน้ำหนักของเสาจะเกินจากที่ออกแบบไว้มาก อาจไม่พังลงมา เเต่อาจจะมีการเเตกร้าวเกิดขึ้นให้เห็น หรือมองไม่เห็นก็ได้
        เเละเมื่อใช้งานนานเข้าโครงสร้างก็จะเกิดเเรงเครียดสะสมจนถึงจุดที่เเสดงอาการออกมาให้เห็น หรือเมื่อมีเเรงไม่คาดหมายเกิดขึ้นดังที่บอกไว้ โครงสร้างก็จะเสียหายได้ เป็นอันตรายต่อการใช้งาน

        เมื่อไม่นานมานี้มีคำถามว่าให้ช่วยบอกเหตุผลถึงการเลือกเก็บถังสำรองน้ำแบบสเตนเลส หรือถังสมัยใหม่ที่เป็นพวกสาร PE ว่าถังชนิดไหนใช้งานดีกว่ากัน? นอกจากนี้ยังต้องการยกถังไปตั้งไว้บนหลังคาบ้านที่สร้างลักษณะคล้ายตึกแถว จึงได้เเนะนำว่าคุณสมบัติคงไม่ต่างกัน เเต่การติดตั้งบนหลังคานั้น ถึง PE อาจสะดวกเพราะน้ำหนักเบายกขึ้นง่าย เเต่ต้องระวังเรื่องการตากแดดอยู่ตลอด เวลาที่ใช้งานอาจไม่เหมาะ อาจต้องมีหลังคาคุม 
        เเต่สิ่งที่กังวลคือ..หลังคานั้นไม่ได้ออกแบบเผื่อไว้เเต่เเรก การจะเก็บถังน้ำขนาด 1,000 ลิตรขึ้นไปเก็บน้ำบนหลังคา หมายความว่าได้มีการเพิ่มน้ำหนักบรรทุกอีก 1,000 กิโลกรัม!
        เปรียบให้เห็นภาพว่าเท่ากับนำข้าวสารกระสอบละ 100 กิโลกรัม จำนวน 10 กระสอบขึ้นไปวางซ้อนกันตรงจุดวางถังน้ำ ถ้าหากเป็นถังขนาด 1,500 ลิตร ก็เท่ากับนำข้าวสาร 15 กระสอบไปวางซ้อนกัน
        เเต่ถ้าหากจำเป็นที่จะต้องใช้ ก็เเนะนำให้วางถังน้ำตรงจุดที่เป็นหัวเสาซึ่งจะช่วยได้ เพราะเสารับน้ำหนักได้มากกว่าพื้นมาก ห้ามไปวางอยู่บนพื้น เพราะพื้นหลังคาโดยทั่วไป วิศวกรโครงสร้างตอนออกแบบได้ออกแบบให้รับน้ำหนักไว้เพียง 100 กิโลกรัมต่อตารางเมตรเท่านั้น
        เคยมีกรณีที่อาคารพังลงมาเนื่องจากไฟไหม้ โดยพนักงานดับเพลิงได้มาดับไฟด้วยการฉีดน้ำเลี้ยงไว้ เป็นเพราะน้ำหนักของน้ำที่เพิ่มขึ้นเกินกว่าที่โครงสร้างจะรับไว้ได้นั่นเอง
        นอกจากนี้ยังอ่านพบบทความในอินเตอร์เน็ต ว่ามีเจ้าของบ้านต้องการเปลี่ยนจากหลังคามุงกระเบื้องไปเป็นการเทพื้นเพื่อทำเป็นดาดฟ้าเเทน ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายมากทีเดียว เพราะน้ำหนักของกระเบื้องหลังคาประมาณ 50 กิโลกรัมต่อตารางเมตร เเต่น้ำหนักของพื้นคอนกรีตหนา 10 เซนติเมตร 240 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
        พอทราบน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นขนาดนี้เเล้ว คงไม่คิดที่จะเปลี่ยนแล้วใช่มั้ยคะ ดังนั้นก่อนจะเปลี่ยนแปลงการใช้สอยใดๆ ไม่ว่าจะต่อเติม หรือเพิ่มฟังก์ชั่นของบ้านหรืออาคาร ก็ควรปรึกษาวิศวกรโยธาดูก่อน จะได้ไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดปัญหาภายหลัง



ติดตามข้อมูลโครงการและความเคลื่อนไหวด้านอสังหาฯมือสอง www.home2nd.com และ www.facebook.com/Home2ndcom


บทความยอดนิยม

Home2nd Recommend this week (21 มิถุนายน 61)

จำนวนผู้เข้าชม: 220

Author

เกี่ยวกับผู้เขียน

ทีมงาน home2nd ได้รวบรวม บ้านไอเดีย ข้อมูลอสังหาฯ เนื้อหาความรู้ต่างๆ รวมถึงแก็ดเจ็ตและผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น บ้าน คอนโด อพาร์ทเม้นท์ ทาวน์โฮม ทาวน์เฮ้าส์ ที่ดิน จากหลายหลากที่ มาแชร์ให้สำหรับผู้ที่สนใจในเรื่อง อสังหาริมทรัพย์ได้อ่านกัน เพื่อให้ได้รับ ไอเดีย แรงบันดาลใจ และความรู้ใหม่ๆ ดังที่มีคำกล่าวไว้ว่า “ชีวิตคือการเรียนรู้ที่ไม่รู้จบ”