ถมดินสร้างบ้านให้ถูกวิธี


        เวลาจะสร้างบ้าน บางบ้านสามารถสร้างได้เลย เเต่บางบ้านต้อง “ถมดิน” ก่อน เเต่ก็มีคำถามว่าควรถมดินก่อนสร้างบ้านหรือไม่ บางครั้งเราต้องถมดินเพื่อสร้างบ้าน เเต่เพิ่งถมได้ไม่นานจะสร้างบ้านได้เลยมั้ย เจ้าของบ้านก็กังวลว่าจะมีผลเกิดขึ้นกับบ้านหรือเปล่า? งั้นมาหาคำตอบกับบทความนี้ดีกว่า
        ถ้าเกิดปัญหานี้เจ้าของบ้านมีสิทธิเลือกได้ว่าจะ “สร้าง” หรือ “ไม่สร้าง” เเต่ก่อนที่จะบอกว่าทำไมถึงสร้างได้หรือสร้างไม่ได้ เรามาดูรายละเอียดเรื่องสร้างบ้านกันก่อน
        ...เวลาเราคิดจะถมที่สร้างบ้าน อาจเป็นเพราะพื้นที่ที่จะปลูกบ้านอาจอยู่ต่ำกว่าระดับถนน หรืออยากสร้างให้สูงกว่า อาจเป็นแอ่งน้ำหรือบ่อน้ำเก่า การถมดินในกรณีนี้มักจะถมที่ให้สูงกว่าระดับที่ต้องการสร้างบ้าน เพราะเมื่อเวลาผ่านไปดินก็จะยุบตัวลง ความสูงเหลือไม่ถึงครึ่งของดินที่ถมไว้ เเละการเกิดดินทรุดตัวหลังจากถมไปแล้วแบบนี้ที่เป็นสาเหตุของข้อสงสัยที่ว่าเราควรจะสร้างบ้านทันทีหลังถมดินเสร็จเลยมั้ย?...
        มาดูคำตอบเเรกกันก่อน...เลือกว่า “สร้างได้” นั้นเพราะบ้านที่ต้องการสร้าง วิศวกรได้ออกแบบให้ใช้ระบบเสาเข็มเป็นตัวรองรับเเละถ่ายน้ำหนักของโครงสร้างผ่านเสาเข็ม
        ดังนั้นการถมดินเเล้วสร้างบ้านตามภายในเวลาไม่นานจึงสามารถทำได้ (*สำหรับดินบางพื้นที่) เพราะดินถมเป็นดินที่อยู่บริเวณผิวดินเท่านั้นไม่ได้ช่วยในการรับน้ำหนักที่ถ่ายจากเสาเข็ม หรือคิดง่ายๆ ว่ามีผลกระทบต่อการรับน้ำหนักไม่มาก (ยกเว้นการถมดินบ่อน้ำที่ลึกมาก อันนี้ต้องหาวิธีที่เเตกต่างออกไป)
        เเต่อาจเกิดผลกระทบข้างเคียงขึ้นบ้าง เช่น อาจจะมีผลในเรื่องการวางท่อระบายน้ำรอบบ้านในดินที่ถมใหม่จนเกิดการทรุดตัวได้ ซึ่งวิธีป้องการเรื่องนี้ก็คือการทำท่อระบายน้ำในตอนท้ายของการก่อสร้าง เพราะระยะเวลาก่อสร้างส่วนมากใช้เวลา 4-6 เดือน ซึ่งดินมีการทรุดตัวไปแล้ว เเละถ้ามีการบดอัดที่ใต้ท่อให้ดีก็จะช่วยได้
        ส่วนอีกคำตอบที่บอกว่า “สร้างไม่ได้” ก็เพราะเรื่องโครงสร้างอีกเช่นกัน ถ้าวิศวกรนั้นออกแบบให้ฐานรากเป็นฐานรากแผ่ ซึ่งไม่มีเสาเข็มเป็นส่วนถ่ายน้ำหนัก เเต่ใช้ความหนาแแน่นของดินเป็นที่ถ่ายน้ำหนัก ซึ่งถ้าเป็นดินที่ถมใหม่เมื่อผ่านไประยะเวลาหนึ่งจะเกิดการทรุดตัวของดิน บ้านที่สร้างด้วยฐานรากแผ่ก็จะทรุดตัว สร้างความเสียหายให้กับโครงสร้างได้
        ที่นี้เรามาดูรายละเอียดของฐานรากแผ่กัน...ฐานรากแผ่คือฐานรากที่ออกแบบเป็นสี่เหลี่ยม (อันที่จริงเป็นสามเหลี่ยมหรือวงกลมก็ได้) เเล้วอาศัยการรับน้ำหนักของดินที่มีต่อพื้นผิวของฐานรากเป็นตัวกำหนดขนาดของพื้นผิวฐานราก
        ยกตัวอย่างเช่น...น้ำหนักที่กดลงเสาตอม่อเท่ากับ 40 ตัน เเละดินมีคุณสมบัติการรับน้ำหนักได้ 8 ตันต่อตารางเมตร ดังนั้นพื้นที่ของฐานรากแผ่ 40÷8 = 5 ตารางเมตร ส่วนความหนาของฐานรากต้องมีการคำนวณจึงจะทราบได้ 
        ปัจจุบันถ้าหลีกเลี่ยงได้วิศวกรมักจะไม่ใช้ฐานรากแผ่ในการรับน้ำหนักโครงสร้าง เพราะพื้นดินอย่างไรก็เกิดการทรุดตัว ดังนั้นจึงใช้เสาเข็มรับน้ำหนักแทน ยกเว้นพื้นที่ที่ดินแข็งมากและเกือบไม่มีการทรุดตัว เช่น เป็นแผ่นหิน ไม่สามารถตอกเสาเข็มได้ 
        สำหรับสาเหตุที่ว่าทำไมคนส่วนใหญ่บอกว่าไม่ควรสร้างบ้านบนดินที่ถมใหม่นั้นเป็นเพราะ สมัยก่อนคนไทยสร้างบ้านโดยไม่มีเสาเข็ม ใช้ฐานเเผ่รองรับเสาเรือนนั่นเอง
        ได้คำตอบกันไปแล้วว่าสามารถสร้างได้หรือไม่ได้ ซึ่งสิ่งที่คอยตัดสินก็คือตัวที่จะมารับน้ำหนักนั้นเอง ทีนี้ก็มาคิดกันต่อว่าแล้วพื้นที่บ้านที่คิดจะสร้างนั้น เป็นพื้นดินแบบไหนกันแน่ แล้วค่อยเลือกนะว่าว่าควรสร้างบ้านตอนไหนดี

ที่มา : นิตยสาร Home Buyers Guide ฉบับธันวาคม 2560



ติดตามข้อมูลโครงการและความเคลื่อนไหวด้านอสังหาฯมือสอง www.home2nd.comและ www.facebook.com/Home2nd.com


วันที่แก้ไขข้อมูลล่าสุด : 29/12/2560


ติดตามข้อมูลโครงการและความเคลื่อนไหวด้านอสังหาฯ มือสอง www.home2nd.com และ www.facebook.com/Home2ndcom


บ้านมือสอง, คอนโดมือสอง, ขายบ้าน, ขายคอนโด, ทาวน์โฮม, ทาวน์เฮ้าส์, สินเชื่อ, ตัวแทนอสังหาฯ, ข่าวอสังหาฯ



บทความยอดนิยม

Author

เกี่ยวกับผู้เขียน

ทีมงาน home2nd ได้รวบรวม บ้านไอเดีย ข้อมูลอสังหาฯ เนื้อหาความรู้ต่างๆ รวมถึงแก็ดเจ็ตและผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น บ้าน คอนโด อพาร์ทเม้นท์ ทาวน์โฮม ทาวน์เฮ้าส์ ที่ดิน จากหลายหลากที่ มาแชร์ให้สำหรับผู้ที่สนใจในเรื่อง อสังหาริมทรัพย์ได้อ่านกัน เพื่อให้ได้รับ ไอเดีย แรงบันดาลใจ และความรู้ใหม่ๆ ดังที่มีคำกล่าวไว้ว่า “ชีวิตคือการเรียนรู้ที่ไม่รู้จบ”