เลือก “กระเบื้อง” ให้เหมาะกับการใช้งาน


        ส่วนใหญ่เวลาเราเลือก “กระเบื้อง” ปูพื้นหรือผนัง ก็มักจะดูความสวยงามจนมองข้ามความเหมาะสมกับงานไป ความจริงเเล้วทั้ง 2 อย่างควรจะดูควบคู่กันไป 
        พูดถึงสมัยก่อนขนาดของกระเบื้องไม่ได้มีมากเหมือนปัจจุบัน ขนาดที่มีเป็นหลักคือ 8"X8"  ดังนั้นถ้าสังเกตบ้านสมัยก่อนก็จะเห็นว่าใช้กระเบื้องขนาดนี้เป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ยังมีกระเบื้องขนาด 4"X4" ซึ่งเป็นขนาดที่นิยมสำหรับการปูผนัง เช่น ผนังห้องน้ำ หรือบริเวณผนังของเคาเตอร์ครัวเเละส่วนที่อยู่หน้าอ่างล้างจาน
        พอหลังๆ ก็มีกระเบื้องอีกขนาดคือ 12"X12" ซึ่งสาเหตุที่มีกระเบื้องขนาดใหญ่เพราะเรื่องของการทำงานที่สะดวกรวดเร็วขึ้นสำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่ เเละต่อมากระเบื้องก็ได้มีขนาดหลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการที่เเตกต่างของเเต่ละงาน มาดูกระเบื้องที่มีขายในตลาดปัจจุบันมีขนาดต่างๆ ดังนี้

        สำหรับบ้านเก่าที่สร้างมานานกว่า 40 ปี การปูกระเบื้องห้องน้ำ ถ้าเป็นผนังจะปูด้วยกระเบื้องขนาด 4"X4" ส่วนพื้นจะใช้กระเบื้อง “โมเสก” ขนาด 1"X1" เเทน ถ้ามาลองวิเคราะห์กันดูจะเห็นว่าการใช้กระเบื้องแผ่นเล็กจะทำให้มีร่องกระจายอยู่เต็มพื้นที่ ช่วยป้องกันการลื่นได้ดีเยี่ยม 
        ส่วนถ้าจะต้องปูกระเบื้องสำหรับพื้นที่กว้างมากๆ กระเบื้องขนาด 60X60 เซนติเมตร หรือที่เรียกกันว่าเเกรนิโต้จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะทำงานรวดเร็วมาก 
        ซึ่งถ้าดูจากตารางจะเห็นว่าใน 1 ตารางเมตร ถ้าเราใช้แกรนิโต้ จะปูเพียงประมาณ 3 แผ่น เเต่ถ้าเป็นกระเบื้องขนาด 30X30 เซนติเมตร ต้องปูถึง 11 แผ่น ใช้เวลามาก เเละการปูกระเบื้องหลายแผ่นจะทำให้โอกาสที่เเนวกระเบื้องจะผิดเพี้ยนย่อมมีได้มากกว่า นอกจากนี้มีหลายแห่งเลือกเอากระเบื้องแกรนิโต้ไปปูผนังด้วยเช่นกัน ไม่ได้จำกัดเเค่การปูพื้นเท่านั้น เพราะมีลายให้เลือกหลากหลาย สามารถปรับให้เข้ากับรสนิยมความต้องการได้มาก
        สำหรับปัญหาของการปูกระเบื้องที่พบอยู่บ่อยๆ อย่างขนาดของกระเบื้องไม่เท่ากัน พอปูออกมาเเล้วก็ไม่ได้เเนวที่สวยงาม อีกเรื่องคือคุณภาพของตัวกระเบื้องมีสีไม่สม่ำเสมอ เช่น ผิวไม่เรียบ มีการบิด โก่ง หรือแอ่นที่กลางแผ่น หรือเกิดกระดกที่มุม ซึ่งกระเบื้องที่พบปัญหาได้ง่ายคือกระเบื้องที่มีขนาดใหญ่ เเละเนื่องจากการผลิดกระเบื้องต้องใช้การเผาด้วยอุณหภูมิสูง ดังนั้นจึงมีโอกาสที่คุณภาพจะไม่คงที่
        ปัจจุบันมีการนำเข้ากระเบื้องจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก เพราะราคาถูก ประเทศที่นำเข้ามามากที่สุด คือจีน นอกจากนี้ก็มีเวียดนามและอินโดนีเซียด้วย ถึงเเม้สมัยก่อนกระเบื้องที่ผลิตในจีนจะมีปัญหาเรื่องคุณภาพค่อนข้างมาก เเต่ปัจจุบันปัญหาเริ่มลดลงเเล้ว เเต่ถ้าต้องการแบบมีคุณภาพดีได้มาตรฐานมากๆ กระเบื้องที่ผลิตในไทยก็มีจัดจำหน่ายเป็นแบบเกรดคุณภาพสูง ดังนั้นราคาก็จะสูงตามไปด้วย 
        มีข้อเเนะนำเวลาจะซื้อกระเบื้องจากต่างประเทศที่มีราคาถูก ควรจะสั่งซื้อเผื่อไว้ เพราะถ้าขาดเเละต้องไปซื้อเพิ่มอาจไม่มีลายเดิมเเล้ว ไม่เหมือนกระเบื้องที่ผลิตในประเทศมีให้ซื้อได้นานกว่า

เรียบเรียงโดย : ศศิชา พุ่มทับทิม

อีเมล : sasicha@home.co.th

ที่มา : จากบทความ Home Construction ในนิตยสาร Home Buyers Guide ฉบับมกราคม 2561




ติดตามข้อมูลโครงการและความเคลื่อนไหวด้านอสังหาฯมือสอง www.home2nd.comและ www.facebook.com/Home2nd.com


วันที่แก้ไขข้อมูลล่าสุด : 24/01/2561


ติดตามข้อมูลโครงการและความเคลื่อนไหวด้านอสังหาฯ มือสอง www.home2nd.com และ www.facebook.com/Home2ndcom


บ้านมือสอง, คอนโดมือสอง, ขายบ้าน, ขายคอนโด, ทาวน์โฮม, ทาวน์เฮ้าส์, สินเชื่อ, ตัวแทนอสังหาฯ, ข่าวอสังหาฯ



บทความยอดนิยม

Home2nd Recommened This Week 01/03/62

จำนวนผู้เข้าชม: 0

home2nd recommened this week 08/03/62

จำนวนผู้เข้าชม: 0

Author

เกี่ยวกับผู้เขียน

ทีมงาน home2nd ได้รวบรวม บ้านไอเดีย ข้อมูลอสังหาฯ เนื้อหาความรู้ต่างๆ รวมถึงแก็ดเจ็ตและผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น บ้าน คอนโด อพาร์ทเม้นท์ ทาวน์โฮม ทาวน์เฮ้าส์ ที่ดิน จากหลายหลากที่ มาแชร์ให้สำหรับผู้ที่สนใจในเรื่อง อสังหาริมทรัพย์ได้อ่านกัน เพื่อให้ได้รับ ไอเดีย แรงบันดาลใจ และความรู้ใหม่ๆ ดังที่มีคำกล่าวไว้ว่า “ชีวิตคือการเรียนรู้ที่ไม่รู้จบ”